ทำไมต้องใช้ Active Voice แทน Passive Voice ?

207
Passive voice นั้นมีส่วนช่วยในการสื่อสารเพื่อแสดงให้เห็นเด่นชัดในเรื่องของรูปประโยคว่าประธานเป็นผู้ถูกกระทำ ซึ่งสามารถใช้ในการขยายความให้เกิดรูปแบบประโยคที่ดูสละสลวยมากยิ่งขึ้น ซึ่งก็มักถูกใช้ในการเขียนเชิงเรียงความ (Essay) การบรรยาย (Descriptive) หรือการเล่าเรื่อง (Narrative) เสียเป็นส่วนใหญ่

ทำไม Passive voice จึงไม่นิยมใช้ในภาษาอังกฤษเชิงธุรกิจ? 

เพราะด้วยรูปแบบประโยคของ Passive voice ที่มักจะยาว และใช้เวลาในการอ่าน การตีความ จนอาจทำให้การสื่อสารนั้นผิดพลาดได้ จึงมักไม่นิยมใช้ในการสื่อสารเชิงธุรกิจ อีกส่วนสำคัญคือเรื่องของการตีความหมาย ด้วยการที่รูปแบบของ Passive voice นั้นมีความยาว และมักจะยกประเด็นต่างๆ จึงอาจทำให้เกิดการตีความหมายในเชิงที่ทำให้ผู้อ่านเข้าใจว่าผู้ส่งสารนั้นกำลังที่จะเลี่ยงอะไรบางอย่าง เพราะด้วยประโยคที่คลุมเคลือ 

.
Active Voice จึงมีบทบาทสำคัญในการสื่อสารภาษาอังกฤษเชิงธุรกิจเพราะด้วยการที่ Active voice นั้นสามารถสื่อสารได้อย่างตรงไปตรงมา สั้น กระชับ ได้ใจความสำคัญ จึงมักเป็นที่ต้องการในการสื่อสารเชิงธุรกิจ แต่อย่างไรก็ดี Passive voice เองนั้นก็มีประโยชน์ในเชิงที่ช่วยให้รูปประโยคนั้นดูอ่อนลง ดังนั้นผู้เขียนจึงควรเลือกให้ดีว่าสิ่งที่คุณกำลังที่จะสื่อสารอยู่นั้นจะทำการสื่อสารกับใคร และผู้อ่านนั้นมีลักษณะและความต้องการอย่างไร เพื่อให้เกิดการบรรลุเป้าหมายในการสื่อสารให้ได้มากที่สุด
.