การเลือกหนังสือ Graded Readers มาอ่านเสริมเพิ่มคำศัพท์

239

ทำไมต้อง Graded Readers ?

หนังสืออ่านเสริมนอกเวลาภาษาอังกฤษ (Graded Readers) เป็นหนังสือที่ถูกเรียบเรียงใหม่โดยใช้วิธีการทำให้ภาษาง่ายขึ้น (language level simplified) เหมาะสมกับระดับของผู้เรียนภาษา โดยหนังสืออ่านนอกเวลานี้จะช่วยให้ผู้เรียนภาษาที่สองได้เรียนรู้คำศัพท์และโครงสร้างไวยากรณ์ของภาษาที่สองผ่านการอ่านค่ะ

.

ภาษาที่ถูกใช้ในหนังสืออ่านนอกเวลานี้จะถูกแบ่ง level ตามระดับของผู้เรียน โดยถูกจัดคำศัพท์ ความซับซ้อนของโครงสร้างไวยากรณ์ ตั้งแต่ผู้เรียนระดับเริ่มต้นไปจนถึงระดับ advanced ขึ้นไป

ในโรงเรียนเอกชนหลาย ๆ โรงเรียน ครูณิชาก็ทราบมาว่ามีการแนะนำ (กึ่งกำหนด) ว่าให้นักเรียนไปหาหนังสืออ่านนอกเวลามาอ่านเสริม (อาจจะกำหนดค่าย ชื่อเรื่อง ระดับมาให้ด้วย) หรือบางโรงเรียนอาจจะรวมอยู่ในชุดหนังสือของโรงเรียนเลยทีเดียว

องค์ประกอบที่สำคัญของหนังสืออ่านนอกเวลา (Graded Readers) :

มีกิจกรรมหรือแบบฝึกหัดทั้งก่อนอ่านและหลังอ่าน โดยกิจกรรมก่อนอ่านจะเป็นแนวให้คาดเดาเนื้อเรื่อง ว่าเกี่ยวกับอะไร เนื้อเรื่องน่าจะเป็นอย่างไรจบอย่างไร โดยเราอาจจะอ่านคำโปรยตัวอย่างก่อน เป็นการฝึกคิดฝึกใช้ภาษาอังกฤษตั้งแต่ก่อนเริ่มอ่านเลยทีเดียว ส่วนกิจกรรมหลังอ่านเสร็จจะเป็นแนว Reading Comprehension วัดความเข้าใจเนื้อเรื่องของเรา และอาจจะมีกิจกรรมที่เกี่ยวกับคำศัพท์ให้ฝึก ให้แล่นกันด้วย ไม่เหมือนกับเนื้อเรื่องในหนังสือเรียนนะคะ ที่จะมีโจทย์หนัก ๆ ท้ายเรื่อง เท่าที่ครูณิชาแนะนำให้นักเรียนอ่านกัน (เลือกระดับให้ถูกกับตนเอง) พบว่าส่วนใหญ่อ่านได้ทำได้ และมีความสนุกกับเนื้อเรื่องกันมากเลยค่ะ

นอกจากจะมีกิจกรรมต่าง ๆ แล้วด้วยคำศัพท์ที่ง่าย โครงสร้างประโยคที่ไม่ซับซ้อนจะทำให้ผู้อ่านมีความสนุก (enjoy) กับเรื่องที่อ่าน รวมถึงความภาคภูมิใจที่อ่านจบด้วยค่ะ

Level หรือระดับของ Graded Readers มีอะไรบ้าง?

วิธีดูและเลือกหนังสืออ่านนอกเวลาให้เหมาะสมกับเรา ให้ดูตั้งแต่ Levels (อาจจะไม่สำคัญมากแค่ชื่อเรียก) ลองดูตรง Headwords และจำนวนหน้า จนระดับ CEFR (A1, A2, B1, B2, C1) ตรงนี้แหละค่ะที่สำคัญ จำนวน Headwords คือคำหลักค่ะ คือจำนวนคำที่เราสามารถประเมิณได้คร่าว ๆ ว่าเราอยู่ในระดับความรู้ภาษาอังกฤษระดับใดได้ ยิ่ง Headwords มากคำยาก ๆ ยิ่งเยอะค่ะ โดยทั่วไปแล้วครูณิชาจะจัดหมวดคำศัพท์ตาม Oxford คือกลุ่ม 3,000 และ 5,000 ค่ะ ถ้าแบ่งตาม Longman จะมี 3,000 6,000 และ 9,000 ค่ะ เป็นชุดคำศัพท์ที่เจอบ่อยและระดับคำศัพท์ที่ง่ายไปถึงยากค่ะ ยิ่งอยู่กลุ่มต้น ๆ ก็คือยิ่งพบบ่อย และเป็นคำศัพท์พื้นฐานที่ควรรู้ค่ะ สำหรับการเรียนภาษาอังกฤษคำศัพท์ทั่วไปที่ควรรู้คือก็กลุ่ม 3,000 ใครที่ยังไม่มั่นใจว่าเรามีคำศัพท์กลุ่มนี้ครบหรือยัง >>คำศัพท์พื้นฐาน 3,000 พร้อมคำแปล<< คลิ๊กเข้าไปเช็คคำศัพท์กันเลยค่ะ

ส่วน Total Words คือคำทั้งหมดที่มีในเล่มนั้น ๆ ค่ะ ยิ่งเยอะเนื้อเรื่องยิ่งยาวนั่นเองค่ะ ยิ่งมีจำนวนหน้า (pages) หลายหน้าไปด้วย

ส่วน Council of Europe คือระดับภาษาอังกฤษที่ถูกแบ่งตาม CEFR ที่เป็นมาตรฐานสากลของการแบ่งระดับภาษาอังกฤษ ไม่ว่าหนังสืออ่านนอกเวลาจะถูกจัดพิมพ์จากค่ายไหนส่วนใหญ่ก็ถูกจัด จำแนกตามเลเวลนี้ทั้งหมดค่ะ ดังนั้นตัวเลขอ้างอิงที่เราพบตรงสันหนังสือก็เป็นมาตรฐานเดียวกันค่ะ (เลเวลเริ่มต้น Starter บางค่ายใช้คำว่า Beginner คือ Level 0 ค่ะ ที่สันหนังสืออาจจะพิมพ์ว่า 0 ไว้)

บางสำนักพิมพ์ก็ใช้แถบสีตามตาราง Cambridge ในการบอก level ของหนังสือด้วยเช่นกันค่ะ

ต้องการปรึกษาระดับภาษาอังกฤษ การเรียนภาษาอังกฤษ สอบถามครูณิชามาได้ที่แฟนเพจ >> Engnow.in.th เรียนภาษาอังกฤษออนไลน์ << ได้เลยค่ะ ทักหาครูณิชาได้เลยค่ะยินดีให้บริการ  และคำตอบจ้า

ไหน ๆ ก็ต้องซื้อแล้วซื้อระดับยาก ๆ ไปเลยดีมั้ย หลายคำดี คุ้มไปเลย

โอ้ววว โนววววว์ บอกเลยค่ะว่าอย่า ความผิดพลาดนี้ครูณิชาผ่านมาแล้วจ้า ตอนสมัยอ่านเลเวล 2-3 ใหม่ ๆ อยากคุ้ม ลองซื้อเลเวล 4 ,5 มาอ่านค่ะ บอกเลยว่า นอกจากจะยากเกินความสามารถในตอนนั้นแล้ว มันท้อแท้เสียเหลือเกิน เนื้อเรื่องยาก คำศัพท์ยาก โครงสร้างก็ยาก สุดท้ายอ่านไม่จบ ทุกวันนี้ยังไม่อยากจะหยิบมาอ่านต่อเลยค่อ (พอระดับภาษาอังกฤษสูงขึ้นครูณิชาก็ไปอ่านนิยาย/วรรณกรรมคลาสสิคแทนค่ะ)

ตามรอย Nicha’s Learning Journey (การเดินทางการเรียนภาษาอังกฤษของครูณิชา)

ครูณิชา เริ่มอ่านด้วยเลเวล 1-2 ก่อนค่ะ เรื่องที่ครูณิชาเริ่มก็คือ

The Phantom of the Opera

The Adventures of Tom Sawyer

The Monkey’s Paw

พอคำศัพท์มากขึ้นเราก็อาจจะอ่าน level 3-4 ต่อได้เลยค่ะ ใครที่สามารถอ่านระดับ 4-5 ได้แล้วอาจจะมาอ่านวรรณกรรมคลาสสิคตามครูณิชาก็ได้ค่ะมีสองค่ายคือ Classic Wordsworth, กับชุด Classic Starts (ของสำนักพิมพ์ Sterling) ค่ะ จะมีนวนิยายหรือวรรณกรรมที่คลาสสิคที่เราคุ้นเคยกันดีมาเรียบเรียง ตีพิมพ์ใหม่ให้เราได้อ่านกันค่ะ คำศัพท์ไม่ยากเลยค่ะ โดยเรื่องที่ครูณิชาอ่านจบแล้วก็มี Alice in the Wonderland (ภาคปกติ) Dr. Jekyll and Mr.Hyde, Great Expectations เป็นต้นค่ะ

การอ่านกับการเรียนภาษาช่วยส่งเสริมกันมากค่ะ ทำให้เราสามารถจดจำคำศัพท์ได้โดยไม่ต้องพยายามมากนัก และทำให้การเรียนภาษาของเรามีความสนุกมากขึ้นด้วย โดยครูณิชามักจะพกหนังสือและสมุดติดตัวไว้เสมอ ๆ หากต้องรอรถ หรือระหว่างเดินทางก็จะหยิบขึ้นมาอ่าน หากนึกอะไรออกหรือเจอคำศัพท์ใหม่ ๆ ครูณิชาก็จะจดไว้ก่อน (จดแยกจากหนังสือเพราะเป็นคนหวงหนังสือค่ะ) แล้วค่อยไปค้นหาความหมายอีกที ทำแบบนี้อยู่ไม่นาน ทักษะด้านภาษาอังกฤษก็เพิ่มขึ้น คำศัพท์ก็เพิ่มขึ้น และยิ่งเราอ่านระดับสูง ๆ ขึ้นไป โครงสร้างประโยค โครงสร้างไวยากรณ์ต่าง ๆ ที่ซับซ้อนก็จะไม่ยากสำหรับเราอีกต่อไปค่ะ

หากต้องการอ่านบทความ บทเรียนดี ๆ สามารถลงทะเบียนรับ eBook ได้ที่ แบบฟอร์มที่ปรากฏอยู่บนหน้าจอ หรือคลิ๊ก >> ลงทะเบียนรับ eBook << ได้เลยค่ะ

.