การใช้คำว่า ‘one’ แบบสารพัดประโยชน์2 min read

802

คำว่า ‘one’ ที่แปลว่า ‘หนึ่ง’ (1) ถึงแม้มันจะเป็นตัวเลขที่โดดเดี่ยว แต่ก็สามารถนำมาใช้ในประโยคภาษาอังกฤษได้แบบสารพัดประโยชน์จริงๆ เดี๋ยววันนี้เราจะมาเรียนรู้กัน

ก่อนอื่นเลย ความหมายของ one ที่เราจะใช้ในรูปแบบอื่น จะไม่ได้หมายความว่า “หนึ่ง”
แต่เราจะใช้คำว่า one นี้ ในฐานะคำสรรพนามแทนคำนามที่กล่าวถึงมาแล้ว

ในความหมายทำนองว่า “คนๆนั้น” “สัตว์ตัวนั้น” หรือ “สิ่งของชิ้นนั้น” เป็นต้น



.

ตัวอย่างเช่น

I’m making a pancake. Would you like one?
ฉันกำลังทำแพนเค้ก คุณอยากทานมันสักชิ้นมั้ย

จะเห็นได้ว่า one ในประโยคหลัง ใช้พูดแทนคำว่า pancake ในประโยคแรกนั่นเอง



ทั้งนี้ ถ้าเป็นนามนับได้เอกพจน์ก็จะใช้ one แทน แต่ถ้าเป็นนามนับได้พหูพจน์ก็ใช้ ones

ตัวอย่างเช่น
Do you want white shoes or pink ones?

คุณอยากได้รองเท้าสีขาวหรือสีชมพู (รองเท้าเป็นพหูพจน์ เพราะมี 2 ข้าง)



ในกรณีที่เป็นคำนามแบบชี้เฉพาะ เราก็เติม the เข้าไปข้างหน้า one หรือ ones ได้เลย

ตัวอย่างเช่น

Jack: “Can you get me the book, please?”
Jeff: “Which one?”
Jack: “The one on that shelf.” (เจาะจงว่า เป็นหนังสือเล่มที่อยู่บนชั้นวาง)

หรือหากเป็นพหูพจน์ ก็ใช้ the ได้ในทำนองเดียวกัน


Jack: “Can you get me two pens, please?”
Jeff: “Which ones?”
Jack: “The ones on that desk.” (เจาะจงว่า เป็นปากกาที่วางอยู่บนโต๊ะทำงาน)



สิ่งหนึ่งที่เหมือนกัน คือ ทั้ง one และ ones จะใช้แทนคำนามที่นับได้เท่านั้น หากเป็นนามที่นับไม่ได้ ต้องพูดซ้ำทวนคำนามดังกล่าว

ตัวอย่างเช่น
If you haven’t got whole wheat bread, you can use white one.
แบบนี้ถือว่าผิด

ที่ถูกต้อง จะต้องพูดหรือเขียนว่า….
If you haven’t got whole wheat bread, you can use white bread.


Tips

เราสามารถใช้คำว่า one ทำหน้าที่เป็นประธานของประโยค ในการกล่าวถึงคนทั่วไปได้ด้วย โดยมักจะใช้สรรพนามแทนว่า he หรือใช้ one ซ้ำอีกรอบ ในประโยคหลังก็ได้


ตัวอย่างเช่น

One can succeed if he tries hard.
(คนเราจะประสบความสำเร็จได้ ถ้ามีความพยายาม)

One should treat others as one would like others to be treated.
(เราควรปฏิบัติต่อคนอื่น เหมือนที่เราอยากให้คนอื่นปฏิบัติต่อเรา)

*สำหรับใครที่กำลังมองหาคอร์สเรียนออนไลน์ สามารถกดปุ่ม inbox มุมขวาล่าง ทักสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้เลยนะครับ*




คำถามทดสอบ:

1) ข้อใดเขียนได้ถูกต้อง
a. My bag is the biggest one on the table.
b. My bag is the largest one on the table.
c. My bag is the biggest ones on the table.
d. ถูกทั้ง a. และ b.

2) ข้อใดเขียนได้ถูกต้อง
a. My bag is the one on the table.
b. My bags are those ones on the table.
c. ถูกทั้ง a. และ b.
d. ผิดทั้ง a. และ b.

3) ข้อใดเขียนได้ถูกต้อง
a. Which ones do you want?
b. Which one do you want?
c. ถูกทั้ง a. และ b.
d. ผิดทั้ง a. และ b.



เฉลย
1. (ข้อ d.) ส่วนข้อ c. ผิด เพราะคำนามที่ถูกใช้แทน ต้องเป็นคำนามพหูพจน์เท่านั้น จึงจะเติม s หลัง one เป็น ones

2. (ข้อ c.) เพราะทั้ง a. และ b. ใช้คำว่า one และ ones แทนนามเอกพจน์และพหูพจน์ตามลำดับครับ

3. (ข้อ c.) เพราะในประโยคคำถาม เราใช้ one หรือ ones ก็ได้ ขึ้นอยู่กับบริบทว่า ถามถึงของสิ่งเดียวหรือหลายสิ่ง

Share
.