รู้จักประเภทของคำนาม 3 ประเภท

79

ต้องบอกก่อนว่าจริงๆ แล้ว คำนามมีด้วยกันอยู่ถึง 7 ประเภท ตามหลัก Grammar แล้วซึ่งวันนี้เราจะมาพูดถึงคำนามที่นิยมออกสอบหรือใช้กัน

  1. Common Noun (นามทั่วไป) เป็นคำนามที่ใช้เรียกคน สัตว์ สิ่งของ สถานที่ทั่วๆไป ความคิด ( person, animal, place, thing, idea ) โดยไม่เฉพาะเจาะจง กล่าวโดยสรุปคือ

คน: boy, girl, man, woman, father, mother, son, daughter, king, queen, teacher, doctor, student, nurse, cook

สัตว์: cat, dog, bird, lion, tiger, fish, fly, spider, snake, whale

สิ่งของ: car, pen, map, bed, table, pillow, telephone, window, champoo, soap, powder, radio

เวลา: year, minute, millennium

ซึ่ง Common Nouns เป็นได้ทั้ง นามนับได้ (Countable) และนามนับไม่ได้ (Uncountable) Countable Nouns (นามนับได้) สามารถอยู่ทั้งในรูปเอกพจน์หรือพหูพจน์

      มีตัวตน เช่น dog, man, coin , note, dollar, table, suitcase   

      ไม่มีตัวตน เช่น day, month, year, action, feeling Uncountable Nouns (นามนับไม่ได้)

2. Proper Nouns (นามเฉพาะ) จะต้องขึ้นต้นด้วยตัวใหญ่เสมอไม่ว่าจะอยู่ที่ใดของประโยค เป็นคำนามที่เป็นชื่อเฉพาะของ Common Noun เช่น 

ชื่อคน (Person Name) เช่น David ,Tom, Nadech 

ชื่อสถานที่ ( Place Name) เช่น Australia, Bangkok, Sukhumvit Road 

ชื่อองค์กรต่างๆ บริษัท ห้างร้าน โรงเรียน โรงแรม Kasetsart University, Dtac, Kasikorn Bank

ชื่อบอกระยะเวลา (Time name) เช่น Saturday, January, Christmas Proper Nouns จะต้องเขียนขึ้นต้นด้วยตัวใหญ่ (Capital letter)

Proper Nouns ปกติจะไม่มี determiner นำหน้า นอกจากอยู่ในรูปของพหูจน์ เช่น the Kugimiya (ครอบครัวคูกิมิยะ)

3. Collective Nouns เป็นคำนามของสิ่งที่เป็นหมวดหมู่ กลุ่มของคน สัตว์ สิ่งของ เช่น family , class, company, committee, cabinet, audience, board, group, jury, public, society, team, majority orchestra, party เป็นต้น

วิธีการเขียนก็มักจะนำเอาคำที่บอกหมวดหมู่ (เช่น flock, cluster, herd, heap, group, etc.) มาไว้ข้างหน้า แล้วใส่ of ตามเข้าไป ตามด้วยคำนามทั่วไป ถ้าหากเป็นคำนามนับได้ก็จะเป็นรูปพหูพจน์ แต่ถ้าหากเป็นนามนับไม่ได้ก็จะเป็นรูปเดิม ไม่ต้องเติม s/esอย่างนามพหูพจน์ เช่น a flock of birds, a herd of cattle ,a fleet of ships เป็นต้น

อาจจะใช้คำกริยารูปของเอกพจน์หรือพหูพจน์ขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์ในการใช้ว่าต้องการให้เป็นหนึ่งเดียวหรือเป็นแต่ละส่วน แต่คำนามยังเป็นรูปเดิม เปลี่ยนแต่รูปกริยา ตัวอย่างที่เห็นกันบ่อยๆ

หมวดหมู่คน

  • A group of students  นักเรียนกลุ่มหนึ่ง
  • An army of soldiers  ทหารหนึ่งกองทัพ
  • A choir of singers   คณะนักร้องคณะหนึ่ง
  • A crew of sailors   ลูกเรือกลุ่มหนึ่ง
  • A band of musicians นักดนตรีวงหนึ่ง
  • A gang of teenagers  วัยรุ่นแก๊งค์หนึ่ง
  • A crowd of people  คนหมู่หนึ่ง

หมวดหมู่สัตว์

  • A herd of cattle  วัวฝูงหนึ่ง
  • A flock of sheep  แกะฝูงหนึ่ง
  • A hive of bees   ผึ้งรังหนึ่ง
  • A flight of birds  นกฝูงหนึ่ง
  • A school of fish   ปลาฝูงหนึ่ง

หมวดหมู่สิ่งของ

  • A bunch of flowers ดอกไม้ช่อหนึ่ง
  • A cluster of stars  ดาวกลุ่มหนึ่ง
  • A heap of stones  หินกองหนึ่ง
  • A pack of sugar  น้ำตาลถุงหนึ่ง
  • A stack of wood  ไม้กองหนึ่ง

ดูเหมือนจะเป็นพื้นฐานของการเรียน grammar ก็จริงแต่ส่วนใหญ่มักจะหลงๆ ลืมๆ ก็อย่าลืมท่องจำใจความสำคัญเอาไว้ จะได้เอาไปใช้กันอย่างถูกต้อง