การใช้เครื่องหมายวรรคตอนในภาษาอังกฤษ (Punctuation)

475

เครื่องหมายวรรคตอน (Punctuation) เป็นเครื่องมือของภาษาเขียนที่จะช่วยแบ่งประโยคให้เข้าใจได้ง่ายขึ้น เครื่องหมายวรรคตอนมีต่อไปนี้

1. Full Stops (British English) หรือ Periods (American English) ( . )

.

-ใช้เมื่อจบประโยคในประโยคทุกประโยค ยกเว้น ประโยคคำถาม ประโยคอุทาน เช่น

  • Good morning.
  • I love you.

-ใช้หลังอักษรย่อต่างๆหรือคำย่อ เช่น

  • Dr. = Doctor
  • Mr = Mister
  • M.A. = Master of Art
  • U.S.A. = United states of America

2. Comma ( , ) หรือ เครื่องหมายจุลภาค/เครื่องหมายลูกน้ำ

– ใช้แยกบันทึกรายการต่างๆ หรือคำกลุ่มเดียวกันเช่น 

  • At the party we had cakes, jellies, chocolate, and ice cream.
  • I want a car, a motorcycle, and a bicycle.

สังเกตได้ว่าจะมี (,) วางไว้หน้าคำว่า and

– ใช้เพื่อแยกข้อความในประโยคคำพูด เช่น 

  • He said, “They are happy.”
  • ‘Tell me’, I said, how you know all that.

– ใช้แยกประโยคที่ตามหลัง Yes, No และ Well ที่ขึ้นต้นประโยค เช่น

  • Are you Chinese? Yes, I am.

– ใช้แยกประโยคที่ตามหลัง ในที่ที่ต้องการให้หยุดพักการอ่าน เช่น 

  • If you will help me, I will help you.

– ใช้คั่นเพื่อแยกคำนามซ้อน เช่น 

  • Thailand, a country in Asia, is famous for its beautiful temples.

– ใช้แยกคำที่เป็นชื่อเรียกของคน เช่น

  • Mary, Are you OK?
  • Chen, where have you been?
  • What would you like to eat, Lisa?

– ใช้แยกคำคุณศัพท์ที่บอกสี เช่น

  •  a blue, yellow car

– ใช้แยกคำคุณศัพท์ที่ตามหลังคำนาม เช่น 

  • My girlfriend is slim, tall, and beautiful.

– คั่นระหว่างปีที่ตามหลังเดือน, ถนนกับเมือง, เมืองกับประเทศ เช่น

  • Today is May 4th, 2008.Tang lives at 76 Satorn Road, Bangkok.

– ใช้แยกคำหรือวลี เช่น however, therefore, of cause, for instance, etc. 

3. Question Mark ( ? ) หรือ เครื่องหมายปรัศนี

ใช้กับประโยคคำถามเท่านั้น ใช้ในประโยค Direct question เท่านั้น ไม่ใช้ในประโยค Indirect question เช่น 

  •  How are you?
  • What’s your name?
  • Direct : I said to him “when are you going to Thailand?”
  • Indirect : I ask him when he was going to Thailand.

4. Colon ( : ) หรือ เครื่องหมายมหัพภาคคู่/เครื่องหมายทวิภาค

– Colon ( : ) มีความหมายคล้ายกับคำว่า กล่าวคือ

– ใช้ colon ก่อนการประโยคอธิบาย เช่น

  •  We have two choices: work hard or fail.

-ใช้แจ้งรายการหรือรายละเอียด มักใช้ตามหลังคำ the following หรือ as follows เช่น 

  • I want the following items: eggs, sugar, and flour.

5. Semi-colon ( ; ) หรือ เครื่องหมายอัฒภาค

– ใช้คั่นประโยคที่มีเครื่องหมาย comma คั่นอยู่แล้ว เช่น 

  • Hello, Nan; Please come here.

– ใช้ทำหน้าเพื่อเชื่อมประโยคสองประโยคที่มีเนื้อหาเกี่ยวพันกันวางไว้หน้า adverbs ได้แก่

therefore (ดังนั้น) besides (นอกจากนี้) เป็นต้น เช่น

  • Canada is very cold; therefore people must wear heavy coats in the winter.

-ใช้เชื่อมประโยคสองประโยคที่ไม่มีคำเชื่อม และทั้งสองประโยคมีความหมายเกี่ยวเนื่องกัน เช่น 

  • Jen eat fried rice; Ken eat noodle.

6. Exclamation Mark ( ! ) หรือ เครื่องหมายอัศเจรีย์ ใช้หลังคำอุทานหรือประโยคอุทาน เช่น

  • Hey! Please aware your step.
  • Oh! I miss you.
  • It is cold!

7. Apostrophe ( ‘ ) หรือ เครื่องหมายวรรคตอน

– ใช้แสดงความเป็นเจ้าของของคำนามทั้งนามเอกพจน์และนามพหูพจน์ เช่น 

  • My sister’s car, John’s home.

– ใช้แสดงความเป็นเจ้าของของคำนามพหูพจน์ที่เติม s หรือชื่อเฉพาะที่มี s เช่น

  •  The girls’ books, Charles’ school

– ใช้สำหรับละตัวอักษร เช่น 

  • I’ve (I have), can’t (can not), it’s (it is), I’d rather (I would rather), O’clock (of the clock)

8. Quotation Marks ( ” ” ) หรือ เครื่องหมายอัญประกาศ

– ใช้เขียนคร่อมข้อความที่เป็นประโยคคำพูด เช่น

  • I said, “I love you.”

ข้อสังเกต 1. เครื่องหมาย full stop, Exclamation Mark,  Question Mark และ Comma จะต้องอยู่ใน Quotation Marks เสมอ 2. Quotation Marks อาจจะมีเครื่องหมายขีดเดียว (‘  ‘) หรือ สองขีด (“ “) ก็ได้

9. Hyphen ( – ) หรือ เครื่องหมายยติภังค์

– ใช้เพื่อเชื่อมคำสองคำให้เป็นคำเดียวกัน เช่น 

  • ex-boyfriend, ex-husband

10. Dash ( — ) หรือ เครื่องหมายเส้นประ

ใช้เพื่อเน้นข้อความที่แทรกเข้ามาเพื่ออธิบายหรือใช้คั่นคำละไว้ในฐานที่เข้าใจหรือเปลี่ยนใหม่ เช่น

  • I got lost, forgot my bag, and missed my plane– it was a terrible trip.
.