มาเรียนภาษาอังกฤษกับภาวะ “Burnout Syndrome”

403

หลายคนคงจะรู้จักกับภาวะ Burnout Syndrome หรือในภาษาไทยเรียกว่า ภาวะหมดไฟในการทำงาน ซึ่งอาจจะทำให้เกิดอาการเหนื่อยล้าในการทำงาน วันนี้เราจะมาทำความรู้จักอาการต่างๆที่เกิดขึ้นจากภาวะนี้พร้อมกับวิธีป้องกันในภาษาอังกฤษกัน

อาการที่เราอาจจะเห็น

.

Sweaty palms – เหงื่อออกที่ฝ่ามือ

  • When I am stressed, I notice that my palms are sweaty. (เมื่อฉันรู้สึกเครียด ฉันสังเกตเห็นว่าฝ่ามือของฉันเริ่มมีเหงื่อออกบ้าง)

Faster heartbeat – อาการหัวใจเต้นเร็วขึ้น

  • Feeling excited, make my heartbeat get faster. (ความรู้สึกตื่นเต้นทำให้หัวใจของฉันเต้นเร็วขึ้น)

Gnashing of teeth – กัดฟัน

  • He is gnashing his teeth, I assume that he’s angry now. (เขากำลังกัดฟันอยู่ ฉันคิดว่าเขากำลังโกรธอยู่นะ)

Stomach problems – ปัญหาเกี่ยวกับกระเพาะ

  • I got stomach problem before I joined a meeting. (ฉันมีปัญหากระเพาะก่อนที่จะเข้าประชุม)

เป็นยังไงกันบ้าง มีอาการไหนที่เพื่อนๆพบเจอหรือไม่ ถ้าหากพบเจอมากกว่าหนึ่งเราลองมาดูต้นเหตุของปัญหาและวิธีป้องกันดีกว่า

เราลองมาดู Sign of burnout หรือสัญญาณของอาการหมดไฟกันดีกว่าว่ามีอะไรบ้าง

  1. Stress (N): ความเครียด ความเครียดเราสามารถเลือกใช้ได้อีกหลายคำ

คำที่มีความหมายเหมือนกัน: pressure (N), strain (N), tension (N)

2. Overwork (V): การทำงานหนักเกินไป หรือ การหักโหมงาน

มาจากคำว่า Over (ซึ่งมากเกินไป) + work (ทำงาน)Frustrated(Adj): รู้สึกท้อแท้ ผิดหวัง ไม่ประสบความสำเร็จ

3. Unmotivated (Adj):  รู้สึกหมดกำลังใจ ขาดแรงกระตุ้น

4. **Hating the job:  เกลียดงานตัวเอง ซึ่งข้อนี้สำคัญมากและวิธีการดูคือ

  • Hating the job you previously loved หรือ เกลียดงานของคุณที่ก่อนหน้าคุณยังรักมันอยู่
  • I was passionate with my job, but now I hate my job. (ฉันรักงานของฉันมากๆ แต่ตอนนี้ฉันเกลียดงานฉัน)

How to recover from burnout (วิธีฟื้นฟูตัวเองจากอาการหมดไฟ)

  1. Work smarter – ทำงานอย่างฉลาดขึ้น

Work smarter, not longer (ทำงานอย่างฉลาดขึ้น ไม่ใช่ทำงานนานขึ้น) อาจจะต้องลองมานั่งคิดทบทวน หรือใช้เครื่องมือบางอย่างในการช่วยทำงาน

2. Unplug – ถอดปลั๊ก

เพื่อนๆอาจจะสงสัยว่าถอดปลั๊กคืออะไร ในบริบทนี้หมายถึงการเอาตัวเองออกจากโลกอินเทอร์เน็ต และลอง Give yourself the right to be offline หรือให้โอกาสตัวเองได้ออฟไลน์หรือตัดจากอินเทอร์เน็ต

3. Say no to social media – บอกลา Social Media

ใช้เวลาอยู่กับตัวเองลดความเครียดที่ได้รับจากการเสพ Social Media

4. Relax – พักผ่อน

หาเวลาพักผ่อนเช่น ออกกำลังกาย Work on a personal passion project(ทำงานที่ส่วนตัวของตัวเอง ที่ตัวเองรัก)

5. Work less – ทำงานน้อยลง

หลายคนอาจจะทำงานหนักเกินไปจนลืมตัว You need vacations to work better (คุณต้องใช้วันหยุดเพื่อนให้ประสิทธิภาพการทำงานดีขึ้น)

6. ** A heathy work-life balance – การจัดสมดุลการทำงานและชีวิต

ข้อนี้เป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดเพราะว่า A stressful lifestyle can put people under extreme pressure หรือแปลว่า การทำงานที่เครียดเกินไปสามารถทำให้ผู้คนเครียดอย่างรุนแรงได้

เป็นอย่างไรกันบ้างกับการเรียนรู้ภาษาอังกฤษผ่านอาการที่เราพบเจอในชีวิตประจำวัน หากเพื่อนๆต้องการรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับอาการ Burnout Syndrome ให้ลองเข้าไปดูได้ที่นี่เลย


อ่านต่อ “มาแชร์ประสบการณ์ Resignation หรือการลาออกในภาษาอังกฤษ “

อ่านต่อ “10 คำถามยอดฮิตที่คุณต้องเจอแน่นอนในการสัมภาษณ์งาน”

.