หยุดโทษการศึกษา! แล้วหันมาทบทวนตนเอง1 min read

354

     หลาย ๆ คนเคยได้ยินคำตำหนิ ติเตียนระบบการศึกษาภายในประเทศว่ามีช่องโหว่ มีจุดอ่อนมากมาย จนกระทั่งตัวระบบเองทำให้นักเรียนหลาย ๆ คนไม่ประสบความสำเร็จทางด้านการศึกษาเท่าใดนัก ยิ่งวิชาภาษาต่างประเทศแล้ว ยิ่งแล้วใหญ่ หลายคนคงเบือนหน้าหนีเลยทีเดียว

บทความนี้อยากให้ความยุติธรรมกับระบบการศึกษาในประเทศบ้าง ให้เราลองมาสำรวจตัวเราส่วนหนึ่ง ด้วยเหตุผลที่ว่าการเรียนไม่ได้จำกัดอยู่เพียงในห้องเรียนเท่านั้น แม้ว่าการเรียนจำเป็นต้องมีครูผู้ประสิทธิ์ประสาทวิชาก็ตาม

.

ข้อทบทวนสำรวจตนนี้จะมีอะไรบ้าง… มาอ่านกันเลย

1. น้องให้ความสำคัญกับมันหรือไม่

            วิชาภาษาอังกฤษ เป็นหนึ่งในวิชาที่มักจะถูกมองข้ามจากนักเรียนนักศึกษาไทยหลายๆคน ด้วยความที่ตนเองรู้สึกว่า อยู่ในเมืองไทย ไม่จำเป็นต้องเก่งภาษาอังกฤษก็ได้

            ผลลัพธ์ก็คือ การที่ต้องมานั่งเสียดายกับอดีตที่ผ่านไป และต้องมาคอร์สเรียนติวภาษาอังกฤษกันใหม่อีกครั้งในวัยทำงาน

            ใช่แล้วครับ นักเรียนและนักศึกษาไทยส่วนใหญ่ มักจะมารู้ว่าภาษาอังกฤษมีความสำคัญต่อชีวิตประจำวัน ก็ต่อเมื่อเริ่มก้าวเข้าสู่วัยทำงานแล้วนั่นเอง เพราะแทบจะทุกสาขาอาชีพที่มีอยู่นั้น ต่างก็ต้องเกี่ยวข้องกับการใช้ภาษาอังกฤษไม่มากก็น้อย

            หากน้องๆ นักเรียนและนักศึกษาคนไหนโชคดี ได้มีโอกาสมาพบเจอบทความนี้แล้ว ก็จงเริ่มให้ความสำคัญกับการเรียนรู้ทักษะภาษาอังกฤษ โดยเริ่มตั้งแต่วินาทีนี้เป็นต้นไปเลยนะครับ

2. น้องสนใจที่จะพัฒนาตนเองหรือไม่

            วัยรุ่นไทยหลายๆคน มักจะใช้เวลาไปกับการทำในสิ่งที่ไร้ประโยชน์ เช่น สังสรรค์กินดื่มกับเพื่อนฝูง เล่นสื่อโซเชียลมีเดียต่างๆ ไปเดินตากแอร์ตามห้างสรรพสินค้า ฯลฯ

            วัยรุ่นเหล่านั้นไม่เพียงแต่เพิกเฉยต่อการพัฒนาทักษะวิชาภาษาอังกฤษ แต่ยังละเลยต่อการพัฒนาตนเองโดยองค์รวมอีกด้วย พวกเขามักจะเติบโตมาเป็นผู้ใหญ่ที่ชอบพึ่งพาหรือขอความช่วยเหลือจากคนอื่นๆอยู่เสมอ

            หากน้องๆกำลังเป็นวัยรุ่นประเภทดังกล่าว เราขอแนะนำให้หันกลับมาลองทบทวนถึงอนาคตของตัวเองดูบ้าง

3. น้องไม่อยากโดดเดี่ยวใช่ไหม

            ในภาษาอังกฤษ มีวลีอยู่วลีหนึ่งว่า Peer pressure ซึ่งหมายถึง การที่ตัวเองเลือกที่จะทำหรือไม่ทำอะไรบางอย่าง โดยได้รับแรงกดดันจากบรรดาเพื่อนฝูง หรือคนในกลุ่มก๊วนเดียวกัน

            น้องๆ หลายคนอาจจะมีความต้องการในการพัฒนาตนเอง ด้วยความที่กังวลต่ออนาคตด้านหน้าที่การงานของตน แต่ในขณะเดียวกัน ก็รู้สึกกังวลเกี่ยวกับอนาคตด้านสังคมของตัวเองว่า…

ถ้าฉันมัวแต่พัฒนาตนเอง ฉันอาจจะต้องกลายเป็นคนที่แปลกแยกจากเพื่อนฝูง

            หากน้องๆคนใดกำลังมีความรู้สึกเช่นนั้นอยู่ ก็แสดงว่า น้องๆกำลังเลือกคบหาสมาคมกับเพื่อนๆผิดกลุ่มแล้วล่ะครับ

4. น้องอดทนพอหรือไม่

            ความอดทนเป็นสิ่งสำคัญต่อการพัฒนาตนเองในแต่ละด้าน การเรียนวิชาภาษาอังกฤษให้ประสบผลสำเร็จหรือการที่จะเก่งภาษาอังกฤษได้นั้น ต้องอาศัยคุณสมบัติด้านความอดทนเป็นพิเศษ

            หากน้องๆคนใดที่รู้สึกว่าทนเรียนภาษาอังกฤษไปนานๆไม่ได้ ให้ลองกลับไปถามตัวเองด้วยคำถามข้อที่ 1 และ 2 ดูครับ

            ถ้าน้องตอบว่า ‘ไม่’ ก็คงจะโทษใครไม่ได้ และไม่ควรโทษระบบการศึกษาของไทย ในการที่น้องยังไม่เก่งภาษาอังกฤษ

5. น้องกลัวความสำเร็จหรือไม่

            ใครๆ ต่างก็อยากประสบความสำเร็จด้วยกันทั้งนั้น ไม่มีใครกลัวความสำเร็จหรอกค่ะ” นั่นอาจจะเป็นความคิดของน้องๆ

            อย่างไรก็ตาม มีน้องๆหลายคนที่ไม่รู้ตัวว่า ลึกๆในจิตใต้สำนึกของตัวเองนั้น มันพร่ำบอกว่า ความสำเร็จอาจนำมาซึ่งปัญหาบางอย่าง จึงทำให้น้องๆไม่สนใจที่จะพัฒนาตนเอง

            หากน้องๆ ยังไม่เข้าใจว่า ทำไมบางคนจึงกลัวการประสบความสำเร็จ ก็ลองย้อนกลับไปอ่านคำถามในข้อที่ 3 ดูครับ

ไม่ใช่แค่ความโดดเดี่ยวเท่านั้น ที่อาจจะมาพร้อมกับความสำเร็จ แต่ในบางกรณี น้องๆบางคนอาจจะกลัวการถูกคนอื่นอิจฉาริษยา หรือกลัวว่าความสำเร็จจะทำให้คนรอบข้างต่างหันมาพึ่งพาอาศัยหรือขอความช่วยเหลือจากตนเอง เป็นต้น

หากน้องๆคนใดกลัวความสำเร็จ ขอให้ตระหนักเอาไว้ว่า….

“การที่เราประสบความสำเร็จ อาจนำมาซึ่งปัญหาบางอย่างก็จริง แต่สิ่งดีๆที่จะเกิดขึ้นในชีวิตนั้น มันมีมากกว่ากันเยอะครับ”

Share
.