Speak like natives ด้วย Standard Verb Patterns

235

สวัสดีค่ะทุกคน วันนี้ครูณิชาจะแนะนำ ชักชวนให้ทุกคนมารู้จักกับสิ่งที่เรียกว่า Standard Verb Patterns ของคุณ A. S. Hornby ค่ะ ก่อนจะมาทำความรู้จักกับ Standard Verb Patterns เนี่ย เรามาทำความรู้จักกับคุณ Hornby ก่อนค่ะ

ประวัติโดยสังเขป (มาก ๆ) ของ A. S. Hornby
(his friends called “Ash” — เพื่อนของเขาเรียกแอชนะคะตอนสมัยเรียน)
คุณ Albert Sydney Hornby ได้สำเร็จการศึกษาด้านภาษาอังกฤษโดยตรง จาก University College ที่เมืองลอนดอนในประเทศอังกฤษค่ะ พอเรียนจบก็ได้ระหกระเหินไปทำงานสอนภาษาอังกฤษถึงประเทศญี่ปุ่น เรียกได้ว่าการสอนที่ประเทศญี่ปุ่นอันเป็นดินแดนชาตินิยมเนี่ย สอนยากมาก ๆ ค่ะ แต่เหตุการณ์นี้ก็ทำให้คุณ Hornby (หรือ A. S. Hornby) มีความคิดริเริ่มในการทำเล่มรวมคำศัพท์ (Dictionary) และความเก่งกาจอันโดดเด่นเต็มไปด้วยพรสวรรค์ของเขา (แหมครูณิชาอวยซะสั้น ๆ คือ gifted and skilled ค่ะ) หลังจากนั้นเพียงหนึ่งปีเขาก็ได้ถูกชักชวนโดย Harold E. Palmer ผู้บริหารของสถาบันเพื่อการวิจัยการสอนภาษาอังกฤษแห่งโตเกียว เขาจึงได้มีส่วนร่วมในการทำวิจัยรวบรวมคำศัพท์ภาษาอังกฤษ และหลังจากนั้น 5 ปี คุณ Hornby ก็ได้ถูกแต่งตั้งให้เป็น head of research (หัวหน้าฝ่ายการวิจับ) แห่งสถาบันแห่งนี้ค่ะ

.

ในระหว่างที่เขาทำงานร่วมกับ Palmer เนี่ย เขาได้มีการรวบรวมโครงสร้างประโยค คำศัพท์ การใช้คำศัพท์ ต่าง ๆ ซึ่งภายหลังได้มีการรวบรวมออกมาเป็นเล่ม Idiomatic and Syntactic English Dictionary (ISED, 1942) และมีการปรับปรุงแก้ไขต่อมาจนกลายเป็น Oxford Advanced Learner’s Dictionary (OALD) ที่ครูณิชาใช้อ้างอิง ตรวจสอบไวยากรณ์ภาษาอังกฤษ และการใช้คำอยู่ทุกวันนี้ และได้รับการยกย่องจากผู้คนมากมายค่ะ (จริง ๆ เรียกได้ว่าเป็น Dictionary ที่ครูณิชามองว่าการให้ความหมาย ตัวอย่างการใช้ชัดเจนเข้าใจง่าย เหมาะกับนักเรียน หรือครูผู้สอนทั่ว ๆ ไปเลยค่ะ)

ทำความรู้จักกับ Standard Verb Patterns

หนึ่งในผลงานที่ทรงคุณค่าที่สุดคือการทำให้พวกเราได้รู้ว่า แม้ว่าภาษาอังกฤษจะดิ้นได้ก็ตาม แต่ภาษาก็มีรูปแบบ (Patterns) ที่ค่อนข้างชัดเจนตายตัว เรียกได้ว่าเป็นมาตรฐานรูปแบบของการใช้ได้เลย

Standard Verbs Patterns ของคุณ Hornby ถูกรวบรวมไว้ในระยะเวลาที่เขาได้ทำงานที่สถาบันวิจัยและมีการสรุปออกมาได้เป็น 52 รูปแบบ โดยครูณิชาสำรวจตรวจสอบมากว่า 3 ปีแล้วยังไม่เจอโครงสร้างที่หลุดจากรูปแบบที่เขาได้รวบรวมไว้เลยค่ะ แต่บทความนี้ ครูจะยกตัวอย่างรูปแบบที่น่าสนใจมาให้พวกเราได้ติดตามกันนะคะ จิบน้ำซักนิด เตรียมสมุดปากกา พร้อมแล้วไปอ่านต่อกันเลยยยย

ครูณิชาขออนุญาตแบ่งให้เข้าใจง่าย ๆ ให้เหลือเพียง — กลุ่มหลัก ๆ นะคะ (เลือกมาจากทั้งหมดแล้วมาสรุป จำแนกประเภทอีกที)

คำย่อ คำศัพท์ที่ใช้ในการระบุ Patterns
vi = intransitive verb = กริยาไม่ต้องการกรรม (อกรรมกริยา)
vt = transitive verb = กริยาต้องการกรรม (สกรรมกริยา)
subject complement = ส่วนขยายประธาน (คำ หรือ วลีที่ทำให้ประธานของประโยคชัดเจนขึ้น)
adjunct = วลีวิเศษณ์ คำหรือกลุ่มคำที่ทำหน้าที่ขยายกริยา ประโยค ส่วนหนึ่งส่วนใดในประโยคให้มีความชัดเจนยิ่งขึ้น
DO = direct object = กรรมตรงเป็นผู้รองรับการกระทำในประโยคนั้นโดยตรง
IO = indirect object = กรรมรองเป็นผู้ได้รับผลหรือผู้ที่ได้รับประโยชน์จากการกระทำนั้น ๆ ในประโยค
(ครูณิชาให้จำง่าย ๆ ไว้ก่อนว่า กรรมตรงเป็นของ กรรมรองเป็นคน)

กลุ่ม A1 : S + v. to be + subject complement/adjunct
ตัวอย่าง :
She is a doctor. (หล่อนเป็นคุณหมอ คุณหมอขยายความชัดเจนให้ประธาน)
He is rich. (เขารวย รวยขยายเขา)
This is where I work. (นี่คือที่ที่ฉันทำงาน where I work เป็นตัวขยาย นี่ ที่ทำหน้าที่ประธาน)

กลุ่ม A2 : S + v. to be + to-infinitive
v. to be + to-infinitive นี้มักใช้กับกรณีที่เป็นทางการ (official orders/arrangements)
All students are to take a written exam. (นักเรียนทุกคนต้องสอบข้อเขียน)
ใช้กับสิ่งที่ต้องทำให้เสร็จ
What am I to do? (ฉันต้องทำอะไร — มีความหมายว่ามีอะไรที่ฉันต้องทำให้เสร็จ)
ใช้กับความเป็นไปได้ในอนาคต
if you are to work here more than three months, you must have a residence permit.
(หากคุณจะทำงานที่นี่เป็นเวลามากกว่าสามเดือน คุณจะต้องมีใบอนุญาตพักอาศัย)
ใช้กับข้อห้าม (not to-infinitive)
You are not to do that again. (เธอห้ามทำมันอีกนะ)

กลุ่ม B : S + vi + …
กลุ่ม B – C ค่อนข้างมีเยอะครูณิชาจะยกตัวอย่างมาบางส่วนนะคะ
ตัวอย่าง :
[+ to-infinitive]
Jason awoke to find the house on fire.
เจสันตื่นขึ้นมาพบว่าบ้าน(กำลัง)ไฟไหม้
He agreed to come at once.
เขาตกลงจะมาในทันที

[+ adjective/noun/pronoun]
She married young.
หล่อนแต่งงานตั้งแต่สาว
Marcus died young.
มาคัสเสียชีวิตก่อนวัยอันควร (ตายตั้งแต่ยังเด็ก)
Oliver walked me home last night.
โอลิเวอร์เดินไปส่งฉันที่บ้านเมื่อคืนนี้

[+ (preposition (+ it)) + clause]
Have you decided (on) what to do next?
คุณได้ตัดสินใจแล้วยังว่าจะทำอะไรต่อไป
ตรงนี้หมายถึงหากต้องการเชื่อมด้วย clause สามารถละ preposition ที่ต้องใช้คู่กับกริยาได้

กลุ่ม C : S + vt + …
ตัวอย่าง :
[ + noun/pronoun]
Everyone likes her.
ทุกคนชอบหล่อน
I eat rice.
ฉันกินข้าว

[+ dependent clause/question]
Does anyone know when it happened?
มีใครรู้บ้างว่ามันเกิดขึ้นเมื่อใด

[+ IO + DO] / [+ DO + to/for + IO]
I bought my daughter a big teddy bear.
ฉันซื้อตุ๊กตาหมีตัวใหญ่ให้ลูกสาวฉัน    หรืออีกโครงสร้าง
I bought a big teddy bear for my daughter.
ฉันซื้อตุ๊กตาหมีตัวใหญ่ให้ลูกสาวฉัน (ความหมายเหมมือนกัน)

[+ noun/pronoun + present participle]
They left me waiting outside.
พวกเขาทิ้งฉันให้รออยู่ด้านนอก
I can smell something burning.
ฉันได้กลิ่นอะไรกำลังไหม้อยู่นะ

[+ noun/pronoun + adjective/noun/past participle]
They painted the wall green.
พวกเขาทาสีกำแพงเป็นสีแดง
He named his son Richard.
เขาตั้งชื่อลูกชายเขาว่าริชาร์ด
I want this project finished before 3:30 pm.
ฉันต้องการให้โปรเจ็คนี้แล้วเสร็จก่อนบ่ายสามครึ่ง

กลุ่ม D1 : S + seem/appear + (to be) + adjective/noun
It now appears likely that the school will be closed down.
ประโยคกลุ่มนี้แปลทุกคำจะลำบากค่ะ (appear = ปรากฎ ซึ่งในประโยคนี้จะแปลคล้าย seem)
(มัน)ดูเหมือนว่าโรงเรียนแห่งนี้จะปิดตัวลง
There appears unlikely that interest rates will fall further.
เหมือนจะไม่ปรากฏว่าอัตราดอกเบี้ยจะลดลงอีกนะ
He seemed to be surprised at the news.
เขาแลดูประหลาดใจกับข่าวนะ

กลุ่ม D2 : S + seem/appear/happen/chance  + to-infinitive
ตัวอย่าง :
happen/chance ใช้กับเหตุการณ์ที่อาจจะบังเอิญเกิดขึ้น
She happened to be out when we called.
ปรากฏว่าเธอออกไปก่อนแล้วตอนที่โทรหา หรือ
เธอบังเอิญออกไปก่อนตอนที่เราโทรหา
This happens to be my favourite restaurant.
นี่จะต้องเป็นภัตตาคารที่โปรดของฉันอีกแห่งแน่
(เพิ่งพบเจอว่ามีร้านอร่อย ๆ แบบนี้ด้วย)
They chanced to be staying at the same hotel.
พวกเขาบังเอิญได้พักที่โรงแรมเดียวกันตอนนั้น

กลุ่ม D3 : S + have/get + DO + past participle
ตัวอย่าง :
เป็นโครงสร้างที่ระบุว่าเราให้คนอื่นทำบางสิ่งให้
I have my car fixed.
ฉันนำรถไปซ่อม (ให้คนอื่นซ่อมไม่ได้ซ่อมเอง
I had this letter translated.
ฉันได้รับการแปลจดหมายนี้แล้ว (ได้รับจดหมายนี้ที่แปลให้โดยคนอื่น)

กลุ่ม D4 : S + need/want/bear + gerund
My little cats need looking after.
ลูกแมวเหมียวของฉันต้องการการดูแล
This house needs repairing.
บ้านหลังนี้ต้องการการซ่อมแซม

เป็นอย่างไรบ้างคะกับตัวอย่าง Standard Verb Patterns ที่ครูณิชายกตัวอย่าง “บางส่วน” มาให้อ่านกัน ถ้าใครอ่านมาถึงตรงนี้แล้วล่ะก็จะพบว่าการเรียนภาษาอังกฤษ ลดลงไปเกือบครึ่งนึงเลยค่ะ เพราะโครงสร้างที่เราพบเจอก็ประมาณนี้จริง ๆ เพื่อเป็นการทดสอบว่าเราเข้าใจดี ลองบอกครูณิชาสิคะว่า He was born poor. ประโยคนี้ถูกต้องหรือไม่….

กริ๊งงงง เฉลย! ถูกต้องแล้วค่ะ He was born poor. เขาเกิดมาจน เป็นโครงสร้าง S + VI + Adjective. นั่นเองค่ะ

วันนี้ครูณิชาขอตัวไปก่อนนะคะ หากมีคำถามเกี่ยวกับการเรียนภาษาอังกฤษปรึกษา Engnow.in.th

.