ประโยคปฏิเสธเมื่อถูกยืมเงิน พูดอย่างไรในภาษาอังกฤษ1 min read

643


พูดถึงเรื่องนี้ทีไรลำบากใจทุกที เวลาที่เราถูกยืมเงินโดยเฉพาะคนใกล้ตัว ไม่ว่าจะเป็นคนทางบ้าน หรือเพื่อนเราก็ตาม เรามักจะมีความอึดอัดใจอยู่เสมอ แต่อย่างไรก็ตามในภาษาอังกฤษเรามีประโยคที่เอาไว้ปฏิเสธสำหรับกรณีที่เราไม่อยากให้ใครยืมเงินเรา ทั้งๆที่ความจริงเราอาจจะมีเงินหรือไม่มีเงินก็ตาม แต่อย่างไรก็ตาม เราไม่อยากให้มีปัญหาในภายหลัง โดยเฉพาะเพื่อนเนี่ย ตัวดีเลย ยิ่งถ้าเกิดยืมเงินไปแล้วไม่คืน อาจจะทำให้เกิดปัญหาภายหลัง ถึงกับขนาดตัดเพื่อนกันเลยทีเดียว ทีนี้มาดูกันว่าประโยคในภาษาอังกฤษที่เอาไว้ปฏิเสธเวลาคนที่มายืมเงินเรา เราสามารถพูดได้อย่างไรบ้าง 


ประโยคแรกที่อยากจะนำเสนอเลยก็คือคำว่า  “No, I’m sorry, I can’t lend you money.” ซึ่งมีความหมายที่ว่า “ไม่ล่ะ ขอโทษด้วยนะ  ฉันให้เธอยืมเงินไม่ได้จริงๆ” จริงๆประโยคนี้เวิร์คที่สุดก็ว่าได้ แต่ก็เป็นประโยคที่ตรงมากจนเกินไปที่สุดเหมือนกัน ถ้าเราพูดประโยคนี้กับคนใกล้ตัวหรือเพื่อนก็ตาม เขาอาจจะรู้สึกแย่ทันที เพราะมันตรงมากซะเหลือเกิน ดังนั้นมันก็เลยจะต้องมีประโยคอื่นๆ ที่เป็นการปฏิเสธแบบอ้อมๆ ที่ดูซอฟท์กว่าประโยคนี้ อย่างเช่นประโยคที่ว่า


.

 “I’m sorry, but no. I can’t lend you money.” แล้วคุณอาจจะเสริมเหตุผลไปด้วยว่า  “….because I’m tapped out right now.” ซึ่งมีความหมายที่ว่า “ฉันขอโทษด้วยนะ แต่ไม่ล่ะ ฉันไม่สามารถให้เธอยืมเงินได้จริงๆ เพราะว่าฉันน่ะกำลังถังแตกอยู่ตอนนี้” หรือว่าคุณอาจจะใส่เหตุผลเพิ่มเติมส่วนตัวของคุณก็ได้ แบบนี้ก็จะทำให้คุณดูมีเหตุมีผลมากขึ้น และไม่ตรงจนเกินไปจนน่าเกลียดหรือไปทำร้ายความรู้สึกของอีกฝ่าย 


แต่ถ้าพูดกันตรงๆแล้วนั้น วิธีการปฏิเสธกับการยืมเงินมันเยอะแยะมากมายเสมอ ด้วยเหตุผลที่เราสามารถหยิบยกขึ้นมาพูด ซึ่งเหตุผลนั้นก็ขึ้นอยู่กับส่วนบุคคล และนี่คือตัวอย่างสำหรับเหตุผลที่คุณสามารถนำไปใช้ได้ เวลาที่มีคนมายืมเงินของคุณ 

  • My sister already borrowed 700 baht from me, and I’m really broke right now.
    น้องสาวของฉันได้ยืมเงินฉันไปแล้ว 700 บาท และตอนนี้ฉันก็ถังแตกมากๆ 

จริงๆแล้วประโยคข้างต้นนี้นั้น เอาไว้เป็นข้ออ้าง สำหรับคนที่ไม่กล้าพูดตรงๆว่า “ฉันจะไม่ให้ยืม” เราก็สามารถหยิบยกข้ออ้างมาได้เหมือนกัน จริงๆก็คล้ายๆกับภาษาไทยนะ ในภาษาอังกฤษ 


เพิ่มเติม** การโกหกแบบนี้เราจะเรียกมันว่า “white lies” มันคือการโกหกเพื่อปกป้อง หรือ โกหกเพื่อไม่ให้ตัวเองตกอยู่ในอันตรายอะไรแบบนี้ 

  • Five thousand baht is a huge amount of money! It’s not 50 baht to buy groceries,
    I don’t have that money. I am so sorry.
    เงิน 5,000 บาทมันเป็นจำนวนเงินที่เยอะมากเลยนะ ไม่ใช่ 50 บาทที่จะเอาไว้ซื้อผักซื้อปลาที่ตลาด ฉันไม่มีเงินก้อน
    นั้นหรอก ฉันต้องขอโทษด้วยจริงๆ 

  • I wish I could help you out – and I love you – but a 500 baht loan is not in my
    budget.
    ฉันก็หวังว่าฉันจะช่วยคุณได้นะ และฉันก็รักคุณด้วย แต่ 500 บาทที่คุณจะยืมไปเนี่ย มันไม่ได้อยู่ในงบของฉันน่ะสิ (ก็
    คือไม่สามารถให้ยืมได้นั่นแหละ)

  • I know how hard it is for you to ask to borrow money, and I’m honored that you
    trust me with this. But I’m sorry. I can’t lend money to you.
    ฉันรู้นะว่ามันยากมากๆเลยสำหรับคุณที่จะต้องมาเอ่ยปากขอยืมเงินฉัน และฉันก็รู้สึกเป็นเกียรติมากๆด้วยที่คุณนึกถึงฉัน
    และเชื่อฉัน ฉันขอโทษจริงๆฉันให้คุณยืมเงินไม่ได้จริงๆ (อาจจะมี because ประโยคต่อท้ายให้เหตุผลว่าทำไมเพิ่ม
    เติม)

  • Ask Uncle Tim. He has lots of money.
    ลองไปขอยืมลุงทิมสิ  ลุงเขามีเงินเยอะจะตาย  (แบบนี้คือการตัดและบ่ายเบี่ยง คนถามก็จะรู้ทันทีว่าเราไม่มีเงิน)

แต่เอาจริงๆเวลาที่มีคนมายืมเงินเราเนี่ย “try not to fall into the trap of explaining yourself. It’s not a debate, argument, or discussion” พยายามอยากตกหลุมสร้างของคนขอยืมเงินเรา หมายความว่าพยายามอธิบายเหตุผลส่วนตัวอะไรมากมาย เพราะนี่ไม่ใช่การถกเถียง เราไม่ได้ทะเลาะกัน แล้วเราไม่ได้กำลังปรึกษาหารือกัน  เพราะฉะนั้นถ้าเราให้ยืมไม่ได้ก็ควรบอกไปเลยว่า “No, I can’t help you with this.” ฉันให้คุณยืมไม่ได้จริงๆ 

Share
.