หลายคนติดปากพูดว่า I think… ตลอดเวลา

0
ปัญหาคือ ในบางสถานการณ์ (โดยเฉพาะที่ทำงาน/ประชุม/พรีเซนต์) มันทำให้ประโยคฟังดู “ไม่มั่นใจ” เหมือนกำลังขออนุญาตคนฟังอยู่ตลอดทั้งที่ความจริง เราแค่ต้อง “เลือกประโยคเปิด” ให้ตรงระดับความมั่นใจI think ไม่ได้ผิดแต่ถ้าพูดบ่อยเกินไป ภาพรวมจะออกมาเหมือนเรายังไม่ชัวร์ ทั้งที่บางเรื่องเราชัวร์อยู่แล้วต่อไปนี้คือประโยคแทน I think เลือกให้ตรงสถานการณ์ แล้วดูโปรขึ้นทันทีเกียร์ 1: ความเห็นแบบนุ่ม (ไม่อยากชน) ใช้ตอน เป็นมุมมองส่วนตัว อยากฟังดูสุภาพและเปิดพื้นที่ให้คนอื่นประโยคที่ใช้แทน I think From my perspective, … In my view, … My take is …ตัวอย่าง From...

หลายคนใช้ Maybe / Probably / Possibly สลับกันมั่ว ๆ

0
แล้วพอคุยกับฝรั่ง เขาจะรู้สึกทันทีว่า เราดู “ไม่ชัวร์ในสิ่งที่พูด” หรือบางครั้งดูเหมือน “พูดเผื่อไว้ก่อน”ความต่างจริง ๆ ของ 3 คำนี้คือ ระดับความมั่นใจที่ซ่อนอยู่ในคำถ้าเลือกถูก ประโยคเดิมจะดูฉลาดขึ้น น่าเชื่อถือขึ้น และเป็นธรรมชาติขึ้นมากMaybe = เดา / ยังไม่รู้ / 50-50 ใช้ตอน ยังไม่มีข้อมูลพอ หรือยังไม่ได้ตัดสินใจตัวอย่าง Maybe I’ll go. อาจจะไปนะ (ยังไม่รู้เลย)Maybe he’s busy. อาจจะยุ่งมั้ง (เดา ๆ)Probably = น่าจะ / ค่อนข้างมั่นใจ ใช้ตอน มีเหตุผลรองรับ หรือเห็นสัญญาณบางอย่างแล้วตัวอย่าง I’ll...

เคยไหม พูดว่า “ฉันจ่ายกาแฟ 120 บาท” แล้วดันหลุดเป็นประโยคแปลก ๆ ในอังกฤษ

0
เพราะ 4 คำนี้คนไทยชอบเอามาปนกัน buy / pay / spend / costประโยคที่เจอบ่อยมาก (แต่ผิด) I cost 120 baht for this coffee. (ฉันคอสต์ 120 บาทให้กาแฟนี้) This coffee pays 120 baht. (กาแฟนี้เพย์...

Affect / Effect — ออกเสียงคล้าย แต่หน้าที่คนละชนิดคำ

0
คนไทยพลาดคู่นี้บ่อยมากตอนเขียนอีเมล รายงาน หรือโพสต์งาน เพราะจำสลับกันว่า “อันไหนคือกระทบ” และ “อันไหนคือผล”ประโยคที่คนชอบใช้ผิด The weather effect my mood. ฟังแปลก เพราะ effect ส่วนใหญ่ไม่ได้ทำหน้าที่เป็นคำกริยาแบบนี้What are the affects of stress? ฟังไม่ธรรมชาติ เพราะตรงนี้เรากำลังถามถึง “ผลกระทบ” ซึ่งควรเป็นคำนามจำกฎเดียวพอ แล้วจะไม่สลับอีก Affect = “กระทบ/มีผลต่อ”...

Raise / Rise “เพิ่มขึ้น” เหมือนกัน แต่คนละบทบาท

0
คู่นี้เจอบ่อยมากในข่าว เศรษฐกิจ หุ้น ดอกเบี้ย เงินเดือน ราคาขึ้น แต่คนไทยใช้สลับแล้วความหมายเพี้ยนทันที เพราะมันต่างกันที่ “มีคนทำไหม”จำแกนเดียวพอ Raise = “ยก/เพิ่ม” (มีคน/มีตัวกระทำ) Rise = “สูงขึ้น/เพิ่มขึ้นเอง” (ไม่มีตัวกระทำ)สรุปสั้น ๆ Raise = A raises B (มีคนทำให้มันขึ้น) Rise = B rises (มันขึ้นเอง)Raise...