ปัญหาคือ
ในบางสถานการณ์ (โดยเฉพาะที่ทำงาน/ประชุม/พรีเซนต์)
มันทำให้ประโยคฟังดู “ไม่มั่นใจ”
เหมือนกำลังขออนุญาตคนฟังอยู่ตลอด
ทั้งที่ความจริง
เราแค่ต้อง “เลือกประโยคเปิด” ให้ตรงระดับความมั่นใจ
I think ไม่ได้ผิด
แต่ถ้าพูดบ่อยเกินไป
ภาพรวมจะออกมาเหมือนเรายังไม่ชัวร์
ทั้งที่บางเรื่องเราชัวร์อยู่แล้ว
ต่อไปนี้คือประโยคแทน I think
เลือกให้ตรงสถานการณ์ แล้วดูโปรขึ้นทันที
เกียร์ 1: ความเห็นแบบนุ่ม (ไม่อยากชน)
ใช้ตอน
เป็นมุมมองส่วนตัว
อยากฟังดูสุภาพและเปิดพื้นที่ให้คนอื่น
ประโยคที่ใช้แทน I think
From my perspective, …
In my view, …
My take is …
ตัวอย่าง
From my perspective, we should adjust the timeline.
ในมุมของฉัน เราควรปรับไทม์ไลน์
เกียร์ 2: มีแนวโน้ม (เริ่มชัด แต่ยังไม่ฟันธง)
ใช้ตอน
มีสัญญาณบางอย่างแล้ว
แต่ยังไม่อยากพูดแบบ 100%
ประโยคที่ใช้แทน I think
It seems like …
It looks like …
It’s likely that …
There’s a good chance that …
ตัวอย่าง
It’s likely that the price will go up next week.
มีแนวโน้มว่าราคาจะขึ้นสัปดาห์หน้า
เกียร์ 3: มั่นใจจากข้อมูล (ชัดและหนักแน่น)
ใช้ตอน
มีข้อมูลรองรับ
หรือพูดในบริบทที่ต้องการความน่าเชื่อถือ
ประโยคที่ใช้แทน I think
Based on the data, …
The evidence suggests that …
I’m confident that …
I’m sure that …
ตัวอย่าง
Based on the data, this campaign will perform better.
จากข้อมูล แคมเปญนี้น่าจะทำผลงานดีกว่า
Concept ภาพจำ
ให้คิดว่า “คำเปิดประโยค” คือเกียร์รถ
ก่อนพูดให้เข้าเกียร์ให้ถูก 1 วิ
เกียร์ 1 = ความเห็น (นุ่ม)
From my perspective, …
In my view, …
เกียร์ 2 = แนวโน้ม (เริ่มชัด)
It seems like …
It’s likely that …
เกียร์ 3 = ข้อมูล/หลักฐาน (หนักแน่น)
Based on the data, …
The evidence suggests that …
ถ้าเราเข้าเกียร์ถูก
ประโยคเดิมจะดูมั่นใจขึ้นทันที
โดยไม่ต้องเปลี่ยนเนื้อหาที่พูดเลย
สรุปจำง่าย
I think ใช้ได้ แต่ถ้าพูดบ่อยจะดูไม่มั่นใจ
จำเป็น “เกียร์ 3 ระดับ”
เกียร์ 1 ความเห็น
เกียร์ 2 แนวโน้ม
เกียร์ 3 ข้อมูล/หลักฐาน











