เคยไหม พูดว่า “ฉันจ่ายกาแฟ 120 บาท” แล้วดันหลุดเป็นประโยคแปลก ๆ ในอังกฤษ

43

เพราะ 4 คำนี้คนไทยชอบเอามาปนกัน
buy / pay / spend / cost

ประโยคที่เจอบ่อยมาก (แต่ผิด)
I cost 120 baht for this coffee. (ฉันคอสต์ 120 บาทให้กาแฟนี้)
This coffee pays 120 baht. (กาแฟนี้เพย์ 120 บาท)

.

ทำไมมันเพี้ยน
เพราะ “ใครเป็นคนทำอะไรกับเงิน” คนละบทบาทกัน

จำแกนเดียวพอ
buy = ได้ของ
pay = จ่ายเงิน
spend = ใช้เงิน/ใช้เวลา
cost = ราคา (ของมันราคาเท่าไหร่)

แพตเทิร์นที่ควรจำ
buy + ของ
pay + จำนวนเงิน (+ for + ของ)
spend + เงิน/เวลา + on + คำนาม / in + V-ing
ของ + costs + ราคา

Wrong vs Right
Wrong: I paid this coffee. (ฉันจ่ายกาแฟนี้)
Right: I paid for this coffee. (ฉันจ่ายเงินสำหรับกาแฟนี้)

Wrong: I cost 120 baht. (ฉันราคา 120 บาท)
Right: It cost 120 baht. (มันราคา 120 บาท)

Wrong: I spent 120 baht to coffee. (ฉันใช้ 120 บาทไปกาแฟ)
Right: I spent 120 baht on coffee. (ฉันใช้เงิน 120 บาทกับกาแฟ)

ตัวอย่างใช้จริง (พร้อมคำแปล)
I bought a coffee. (ฉันซื้อกาแฟ)
I paid 120 baht for the coffee. (ฉันจ่าย 120 บาทสำหรับกาแฟแก้วนั้น)
I spent 120 baht on coffee today. (วันนี้ฉันใช้เงิน 120 บาทกับกาแฟ)
This coffee costs 120 baht. (กาแฟแก้วนี้ราคา 120 บาท)
How much does it cost? (อันนี้ราคาเท่าไหร่)
I spent two hours studying. (ฉันใช้เวลา 2 ชั่วโมงอ่านหนังสือ)

จุดที่คนพลาดบ่อย (กันหลุด)

  1. pay ตามด้วย “ของ” ตรง ๆ มักต้องมี for
    I paid for the ticket. (ฉันจ่ายค่าตั๋ว)
    แต่มีข้อยกเว้นที่พูดได้เลย: pay the bill / pay rent / pay tax (จ่ายบิล/ค่าเช่า/ภาษี)
  2. cost ให้ “ของ” เป็นประธาน
    The ticket costs 500 baht. (ตั๋วราคา 500 บาท)
    ไม่ใช่ I cost 500 baht. (ฉันราคา 500 บาท)

Concept ภาพจำ
นึกภาพว่า “เงิน” วิ่งเป็นเส้นทาง 4 จุด
buy = มือเรา “หยิบของ”
pay = มือเรา “ยื่นเงิน”
spend = ถังพลังงาน “ลดลง” (เงิน/เวลาไหลออก)
cost = ป้ายราคา “ติดอยู่ที่ของ”

สรุปจำง่ายบรรทัดเดียว
buy = ได้ของ | pay = จ่ายเงิน | spend = ใช้เงิน/เวลา | cost = ของมันราคาเท่าไหร่

Share
.