คู่นี้เจอบ่อยมากในข่าว เศรษฐกิจ หุ้น ดอกเบี้ย เงินเดือน ราคาขึ้น
แต่คนไทยใช้สลับแล้วความหมายเพี้ยนทันที เพราะมันต่างกันที่ “มีคนทำไหม”
จำแกนเดียวพอ
Raise = “ยก/เพิ่ม” (มีคน/มีตัวกระทำ)
Rise = “สูงขึ้น/เพิ่มขึ้นเอง” (ไม่มีตัวกระทำ)
สรุปสั้น ๆ
Raise = A raises B (มีคนทำให้มันขึ้น)
Rise = B rises (มันขึ้นเอง)
Raise ใช้ยังไง (มีกรรมเสมอ)
โครง:
raise + something
ตัวอย่าง
- They raised the price.
เขาปรับ/ขึ้นราคา - The company raised salaries.
บริษัทขึ้นเงินเดือน - The central bank raised interest rates.
ธนาคารกลางขึ้นดอกเบี้ย - Please raise your hand.
กรุณายกมือ
คีย์เวิร์ดของ raise
“มีคนลงมือทำให้มันขึ้น”
Rise ใช้ยังไง (ไม่มีกรรม)
โครง:
something + rises
ตัวอย่าง
- Prices rose last month.
ราคาสูงขึ้นเดือนที่แล้ว - Interest rates rose.
ดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น - The sun rises in the east.
พระอาทิตย์ขึ้นทางทิศตะวันออก - My stress level is rising.
ความเครียดฉันกำลังเพิ่มขึ้น
คีย์เวิร์ดของ rise
“มันเพิ่ม/สูงขึ้นเอง”
Wrong vs Right (กันพลาดแบบเร็ว)
- ข่าวเศรษฐกิจ
Wrong: The central bank rose interest rates.
Right: The central bank raised interest rates. - ราคา “ขึ้นเอง”
Wrong: Prices raised.
Right: Prices rose. - เงินเดือน “ถูกขึ้นให้”
Wrong: My salary rose by the company.
Right: The company raised my salary.
Concept ภาพจำ (ลิฟต์ vs ลูกโป่ง)
นึกภาพเป็น 2 อย่างนี้
Raise = “ลิฟต์”
มีคนกดปุ่ม/มีคนยกขึ้น → ต้องมีคนทำ (A raises B)
Rise = “ลูกโป่ง”
มันลอยสูงขึ้นเอง → ไม่มีคนทำ (B rises)
ถามตัวเองก่อนเลือก
คุณกำลังพูดว่า “มีใครทำให้มันขึ้น” ไหม? → Raise
หรือคุณกำลังบอกว่า “มันขึ้นเอง” ไหม? → Rise
สรุปจำง่าย
Raise = มีคนยก/เพิ่ม (ต้องมีกรรม)
Rise = เพิ่มขึ้นเอง (ไม่ต้องมีกรรม)











