หลายคนชอบพูดว่า
I’ll let you know.
ความหมายคือ “เดี๋ยวบอกนะ”
ซึ่งประโยคนี้ไม่ผิด
แต่ปัญหาคือ “มันกว้างเกินไป”
พอพูดในที่ทำงาน/กับลูกค้า
คนฟังอาจรู้สึกว่า
คุณกำลัง “ปัด” หรือ “เลี่ยงตอบ”
เพราะไม่มีทั้งเวลา และไม่มีขั้นต่อไป
สิ่งที่ทำให้ I’ll let you know ดูโปรขึ้น
คือเพิ่ม 2 อย่างนี้
- บอก “เมื่อไหร่”
- บอก “จะเช็กอะไร/ทำอะไรต่อ”
เวอร์ชันธรรมชาติ (ใช้ได้ทั่วไป)
I’ll let you know soon.
เดี๋ยวบอกนะ
I’ll let you know when I hear back.
เดี๋ยวบอกนะถ้าได้ข่าวกลับมา
เวอร์ชันโปร (มี deadline ชัด)
I’ll let you know by 3 PM.
ผม/ฉันจะแจ้งภายในบ่าย 3
I’ll get back to you by tomorrow.
ผม/ฉันจะตอบกลับภายในพรุ่งนี้
เวอร์ชันโปร (บอก step ว่ากำลังทำอะไร)
Let me check and I’ll get back to you.
ขอเช็กก่อน แล้วเดี๋ยวตอบกลับนะ
I’ll confirm with the team and update you.
เดี๋ยวคอนเฟิร์มกับทีมแล้วจะแจ้งอัปเดต
I’m checking with finance and will update you shortly.
กำลังเช็กกับทีมการเงิน เดี๋ยวอัปเดตให้เร็ว ๆ นี้
เวอร์ชันที่เหมาะกับลูกค้า (สุภาพและอุ่นใจ)
Thanks for your patience—I’ll update you by end of day.
ขอบคุณที่รอนะ เดี๋ยวอัปเดตให้ภายในวันนี้
I’ll keep you posted.
เดี๋ยวอัปเดตความคืบหน้าให้เรื่อย ๆ
ระวังคำที่ทำให้ฟังดูปัดจริง ๆ
I’ll let you know. (จบประโยค)
เพราะมันไม่มีเวลา ไม่มี step
แก้ด้วยการเติม 1 อย่างก็ยังดี
by… / after I check… / once I confirm…
Concept ภาพจำ
ให้คิดเป็น “ใบรับคิว 2 ช่อง”
ช่องที่ 1: เวลา (When)
by 3 PM / by tomorrow / end of day
ช่องที่ 2: ขั้นต่อไป (Next step)
let me check / I’ll confirm / I’m checking with…
ถ้าพูด I’ll let you know เฉย ๆ
เหมือนยื่นใบรับคิวที่ “ไม่กรอกอะไรเลย”
คนฟังเลยไม่มั่นใจว่าเราจะกลับมาเมื่อไหร่
แต่ถ้ากรอก 2 ช่องนี้
ประโยคเดิมจะดูโปรขึ้นทันที
สรุปจำง่าย
อย่าพูด I’ll let you know แล้วจบ
ให้เติมอย่างน้อย 1 อย่าง
When หรือ Next step
ดีที่สุดคือครบ 2 ช่อง
When + Next step











