เพราะ 4 คำนี้คนไทยชอบเอามาปนกัน
buy / pay / spend / cost
ประโยคที่เจอบ่อยมาก (แต่ผิด)
I cost 120 baht for this coffee. (ฉันคอสต์ 120 บาทให้กาแฟนี้)
This coffee pays 120 baht. (กาแฟนี้เพย์ 120 บาท)
ทำไมมันเพี้ยน
เพราะ “ใครเป็นคนทำอะไรกับเงิน” คนละบทบาทกัน
จำแกนเดียวพอ
buy = ได้ของ
pay = จ่ายเงิน
spend = ใช้เงิน/ใช้เวลา
cost = ราคา (ของมันราคาเท่าไหร่)
แพตเทิร์นที่ควรจำ
buy + ของ
pay + จำนวนเงิน (+ for + ของ)
spend + เงิน/เวลา + on + คำนาม / in + V-ing
ของ + costs + ราคา
Wrong vs Right
Wrong: I paid this coffee. (ฉันจ่ายกาแฟนี้)
Right: I paid for this coffee. (ฉันจ่ายเงินสำหรับกาแฟนี้)
Wrong: I cost 120 baht. (ฉันราคา 120 บาท)
Right: It cost 120 baht. (มันราคา 120 บาท)
Wrong: I spent 120 baht to coffee. (ฉันใช้ 120 บาทไปกาแฟ)
Right: I spent 120 baht on coffee. (ฉันใช้เงิน 120 บาทกับกาแฟ)
ตัวอย่างใช้จริง (พร้อมคำแปล)
I bought a coffee. (ฉันซื้อกาแฟ)
I paid 120 baht for the coffee. (ฉันจ่าย 120 บาทสำหรับกาแฟแก้วนั้น)
I spent 120 baht on coffee today. (วันนี้ฉันใช้เงิน 120 บาทกับกาแฟ)
This coffee costs 120 baht. (กาแฟแก้วนี้ราคา 120 บาท)
How much does it cost? (อันนี้ราคาเท่าไหร่)
I spent two hours studying. (ฉันใช้เวลา 2 ชั่วโมงอ่านหนังสือ)
จุดที่คนพลาดบ่อย (กันหลุด)
- pay ตามด้วย “ของ” ตรง ๆ มักต้องมี for
I paid for the ticket. (ฉันจ่ายค่าตั๋ว)
แต่มีข้อยกเว้นที่พูดได้เลย: pay the bill / pay rent / pay tax (จ่ายบิล/ค่าเช่า/ภาษี) - cost ให้ “ของ” เป็นประธาน
The ticket costs 500 baht. (ตั๋วราคา 500 บาท)
ไม่ใช่ I cost 500 baht. (ฉันราคา 500 บาท)
Concept ภาพจำ
นึกภาพว่า “เงิน” วิ่งเป็นเส้นทาง 4 จุด
buy = มือเรา “หยิบของ”
pay = มือเรา “ยื่นเงิน”
spend = ถังพลังงาน “ลดลง” (เงิน/เวลาไหลออก)
cost = ป้ายราคา “ติดอยู่ที่ของ”
สรุปจำง่ายบรรทัดเดียว
buy = ได้ของ | pay = จ่ายเงิน | spend = ใช้เงิน/เวลา | cost = ของมันราคาเท่าไหร่











