การแสดงความเป็นเจ้าของในภาษาอังกฤษ (Part 1)

164

การแสดงความเป็นเจ้าของในภาษาอังกฤษก็มีให้เลือกใช้ได้หลากหลาย  แต่เวลาที่เราอยากพูดว่าใครเป็นเจ้าของอะไร ก็มักจะนึกถึง apostrophe s (‘s) ก่อนเสมอ เราจะมาดูกันว่าการแสดงความเป็นเจ้าของจะพูดอย่างไรได้บ้าง

1. การใช้ apostrophe s (‘s) หลักการใช้ apostrophe s คือ ให้นำไปห้อยท้ายไว้หลังคำนามเพื่อแสดงความเป็นเจ้าของ รูปแบบจะเป็นแบบนี้ noun’s noun

.

จำง่ายๆ ว่า นามที่อยู่หลัง apostrophe s จะตกเป็นของนามที่อยู่หน้า apostrophe s ทันที เช่น

My father’s car รถของพ่อ

A girl’s shoes รองเท้าของเด็กผู้หญิง

(ถ้าให้พูดง่ายๆ ก็คือ เราจะแปลจากหลังมาหน้านั่นเอง!! เพราะบางคำอาจเกิดความสับสน เช่น  my sister’s friend แปลว่า เพื่อนของน้องสาวฉัน ไม่ใช่ น้องสาวของเพื่อนฉัน ถ้าน้องสาวของเพื่อนต้องเขียนว่า my friend’s sister)

แล้วถ้านามนั้นมี s ต่อท้ายที่แสดงความเป็นพหูพจน์อยู่แล้วล่ะ?  วิธีการก็คือให้เติม apostrophe เข้าไปได้เลยค่ะ ไม่ต้องใส่ s เข้าไปอีกตัวก็ได้ เช่น

  • The students’ activity / Babies’ dress

หรือถ้าเป็นชื่อคน หรือครอบครัวที่มีตัว s ลงท้ายก็เติม apostrophe เข้าไปได้เลยเหมือนกัน เช่น

  • The Simpsons’ car  รถของพวกตระกูลซิมป์สัน
  • James’ wallet  กระเป๋าสตางค์ของเจมส์

นอกจากนี้ apostrophe s  ยังใช้เติมหลังคำนามแสดงเวลาด้วย  เช่น

  • today’s news  ข่าวของวันนี้
  • New Year’s Day วันปีใหม่

2. การใช้ of ปกติเราจะใช้แสดงความเป็นเจ้าของให้กับคำนามที่เป็นสิ่งไม่มีชีวิตรูปแบบการเขียนก็คือ noun of noun เช่น

  • The lawn of the house สนามหญ้าของบ้าน
  • Doors of opportunity  ประตูแห่งโอกาส

** จะเห็นว่า นามหน้า of จะเป็นของหรือเป็นส่วนหนึ่งของนามหลัง of  หรือพูดง่ายๆ ก็คือ แปลเรียงจากหน้ามาหลังนั่นเอง

แต่!! ก็ใช่ว่า of จะใช้กับสิ่งมีชีวิตไม่ได้ of เราสามารถนำมาใช้กับสิ่งมีชีวิตได้กรณีที่เราต้องการเน้นย้ำถึงความเป็นเจ้าของของคนๆ นั้น ส่วนใหญ่ก็มักจะเอาไปเขียนเป็นชื่อเรื่อง ชื่อหนัง ชื่อเพลง เป็นต้น เช่น

  • Kiss of the Spider Woman  จุมพิตของนางแมงมุมสาว
  • Love of the Loved  รักของคนที่ถูกรัก
  • Love of a mother  ความรักของแม่

การแสดงความเจ้าเป็นของในภาษาอังกฤษยังไม่หมดเท่านี้ จะใช้คำอะไรมาแสดงความเป็นเจ้าของได้อีก ติดตามต่อได้อีกใน Part 2

.