มา Recap 3 Tense ภาษาอังกฤษที่อยากให้สะกดจิตตัวเองไว้

770

ต้องบอกก่อนเลยว่าสาเหตุที่มา Recap เพราะว่าการเรียนภาษาอังกฤษนั้นจำเป็นที่จะต้องใช้ซ้ำและเห็นบ่อย ดังนั้นจึงอยากจะมารวบรวมข้อมูลให้เพื่อนได้เข้าใจ และกระตุ้นสมองตัวเองได้ต่อยอดและนำไปใช้กัน

เริ่มต้นด้วย Tense ที่ง่ายๆ ไม่ซับซ้อนอย่าง Present Simple Tense โดย Tense นี้จะใช้พูดถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน หรือความสามารถเฉพาะตัวของบุคคลใดบุคคลหนึ่ง ประโยคอุทาน เรื่องทั่วไปที่เกิดขึ้นจริงขณะพูด การกระทำซ้ำจนเป็นนิสัย และใช้กับคำกริยาวิเศษณ์ (Adverb) ที่แสดงเวลาหรือเหตุการณ์ในอนาคต หรือกำหนดเวลาที่แน่นอนแล้ว นอกจากนี้ยังสามารถมีคำวิเศษณ์เหล่านี้อยู่ด้วย เช่น sometimes, often, never, always เป็นต้น

.

Present Simple Tense

โดยมีโครงสร้างคือ : S (Subject) + V.1 (Verb ช่อง1) + O (Object)

หากคำนาม (noun) หรือประธาน (subject) เป็นเอกพจน์ กริยาช่อง1 (verb1) จะต้องเติม s หรือ es เช่น She eats rice in the morning.

หากคำนาม (noun) หรือประธาน (subject) เป็นพหูพจน์โดยรวมถึง I และ You ด้วย กริยาช่อง 1 (verb1) จะไม่ต้องเติม s หรือ es เช่น They/ I / You go to school.

ประโยคคำถาม

ใช้ verb to do/does นำหน้าประโยค
ถ้าต้องการทำเป็นคำถามที่ตอบ “Yes”, “No” ให้นำ Verb to be (is, am, are) ขึ้นต้นนำหน้าประโยค เช่น  Are you hungry? Yes, I’m so hungry.

Past Simple Tense

เป็น Tense ที่จะใช้สำหรับพูดถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในอดีต และจบลงไปแล้วซึ่งปัจจุบันก็ไม่ได้ทำแล้ว รวมถึงยังใช้กับเหตุการณ์ที่ทำจนเป็นนิสัยในอดีตซึ่งมักจะมีคำว่า often, always อยู่ในประโยค และมีคำบ่งบอกเวลา เช่น yesterday, at the time, last night, last week, in 2018 เป็นต้น

โดยมีโครงสร้างคือ : S (Subject) + V.2 (Verb ช่อง2) + O (Object)

เช่น They danced last night. หรือ He bought a bicycle last Saturday.

ประโยคคำถาม (ในรูปแบบบอกเล่า)

ใช้ Verb to do (did) ขึ้นต้นประโยค และเป็นกริยาแท้ในประโยคให้เป็นช่องที่ 1
เช่น Did you go to Siam Paragon yesterday? Yes, I did / No, I didn’t.
หรือ Did two kittens born last month? Yes, they did / No, they didn’t.

Future Simple Tense

เป็น Tense ที่ใช้กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในอนาคต ยังไม่ได้กระทำหรือเกิดขึ้นในขณะที่พูด แต่เป็นการคาดการณ์ว่าจะเกิดขึ้นในอนาคต โดยมักจะมีคำวิเศษณ์บอกเล่าอยู่ด้วย เช่น tomorrow, next year, next week เป็นต้น

โดยมีโครงสร้างคือ : S (Subject) + will, shall + V.1 (Verb ช่อง1) + O (Object)

เช่น We will go to Japan next year.

หรือการใช้ be going to จะใช้กับเหตุการณ์ที่ตั้งใจจะทำและกำลังจะเกิดขึ้นในไม่ช้านี้

S (Subject) + be going to + V.1 (Verb ช่อง1) + O (Object)

เช่น I am going to Japan next week.

จบไปแล้วกับการทบทวน Tense ที่มีการใช้งานบ่อยในชีวิตประจำวันรวมถึงเวลาทำข้อสอบ หวังว่าเพื่อนๆ ที่ได้อ่านจะนำหลักการสำคัญไปใช้ในการสร้างประโยคได้อย่างถูกต้อง หรือทำข้อสอบเกี่ยวกับเรื่อง Tense ได้คะแนนเต็มกันไปเลย

.