มา Recap 3 Tense ภาษาอังกฤษที่อยากให้สะกดจิตตัวเองไว้

204

ต้องบอกก่อนเลยว่าสาเหตุที่มา Recap เพราะว่าการเรียนภาษาอังกฤษนั้นจำเป็นที่จะต้องใช้ซ้ำและเห็นบ่อย ดังนั้นจึงอยากจะมารวบรวมข้อมูลให้เพื่อนได้เข้าใจ และกระตุ้นสมองตัวเองได้ต่อยอดและนำไปใช้กัน

เริ่มต้นด้วย Tense ที่ง่ายๆ ไม่ซับซ้อนอย่าง Present Simple Tense โดย Tense นี้จะใช้พูดถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน หรือความสามารถเฉพาะตัวของบุคคลใดบุคคลหนึ่ง ประโยคอุทาน เรื่องทั่วไปที่เกิดขึ้นจริงขณะพูด การกระทำซ้ำจนเป็นนิสัย และใช้กับคำกริยาวิเศษณ์ (Adverb) ที่แสดงเวลาหรือเหตุการณ์ในอนาคต หรือกำหนดเวลาที่แน่นอนแล้ว นอกจากนี้ยังสามารถมีคำวิเศษณ์เหล่านี้อยู่ด้วย เช่น sometimes, often, never, always เป็นต้น

Present Simple Tense

โดยมีโครงสร้างคือ : S (Subject) + V.1 (Verb ช่อง1) + O (Object)

หากคำนาม (noun) หรือประธาน (subject) เป็นเอกพจน์ กริยาช่อง1 (verb1) จะต้องเติม s หรือ es เช่น She eats rice in the morning.

หากคำนาม (noun) หรือประธาน (subject) เป็นพหูพจน์โดยรวมถึง I และ You ด้วย กริยาช่อง 1 (verb1) จะไม่ต้องเติม s หรือ es เช่น They/ I / You go to school.

ประโยคคำถาม

ใช้ verb to do/does นำหน้าประโยค
ถ้าต้องการทำเป็นคำถามที่ตอบ “Yes”, “No” ให้นำ Verb to be (is, am, are) ขึ้นต้นนำหน้าประโยค เช่น  Are you hungry? Yes, I’m so hungry.

Past Simple Tense

เป็น Tense ที่จะใช้สำหรับพูดถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในอดีต และจบลงไปแล้วซึ่งปัจจุบันก็ไม่ได้ทำแล้ว รวมถึงยังใช้กับเหตุการณ์ที่ทำจนเป็นนิสัยในอดีตซึ่งมักจะมีคำว่า often, always อยู่ในประโยค และมีคำบ่งบอกเวลา เช่น yesterday, at the time, last night, last week, in 2018 เป็นต้น

โดยมีโครงสร้างคือ : S (Subject) + V.2 (Verb ช่อง2) + O (Object)

เช่น They danced last night. หรือ He bought a bicycle last Saturday.

ประโยคคำถาม (ในรูปแบบบอกเล่า)

ใช้ Verb to do (did) ขึ้นต้นประโยค และเป็นกริยาแท้ในประโยคให้เป็นช่องที่ 1
เช่น Did you go to Siam Paragon yesterday? Yes, I did / No, I didn’t.
หรือ Did two kittens born last month? Yes, they did / No, they didn’t.

Future Simple Tense

เป็น Tense ที่ใช้กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในอนาคต ยังไม่ได้กระทำหรือเกิดขึ้นในขณะที่พูด แต่เป็นการคาดการณ์ว่าจะเกิดขึ้นในอนาคต โดยมักจะมีคำวิเศษณ์บอกเล่าอยู่ด้วย เช่น tomorrow, next year, next week เป็นต้น

โดยมีโครงสร้างคือ : S (Subject) + will, shall + V.1 (Verb ช่อง1) + O (Object)

เช่น We will go to Japan next year.

หรือการใช้ be going to จะใช้กับเหตุการณ์ที่ตั้งใจจะทำและกำลังจะเกิดขึ้นในไม่ช้านี้

S (Subject) + be going to + V.1 (Verb ช่อง1) + O (Object)

เช่น I am going to Japan next week.

จบไปแล้วกับการทบทวน Tense ที่มีการใช้งานบ่อยในชีวิตประจำวันรวมถึงเวลาทำข้อสอบ หวังว่าเพื่อนๆ ที่ได้อ่านจะนำหลักการสำคัญไปใช้ในการสร้างประโยคได้อย่างถูกต้อง หรือทำข้อสอบเกี่ยวกับเรื่อง Tense ได้คะแนนเต็มกันไปเลย